เทศบาลมิวนิกเป็นเมืองใหญ่แห่งล่าสุดของเยอรมนี ซึ่งต้องยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมขึ้นอีกขั้น หลังอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา สูงกว่ามาตรฐานของรัฐบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ว่าสถาบันโรเบิร์ต ค็อก ( อาร์เคไอ ) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเยอรมนี รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบวันที่ผ่านมา ว่าสถิติผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 329,453  คน เพิ่มขึ้น 4,122 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 9,634 คน เพิ่มขึ้น 13 คน
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล พบหารือกับนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่ 11 แห่งในเยอรมนี เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว แล้วได้ข้อสรุปร่วมกันว่า  หากอัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ในรอบ 7 วันล่าสุดของเมืองแห่งใดก็ตาม สูงกว่า 50 ต่อประชากร 100,000 คน “ถือเป็นพื้นที่เสี่ยง” และต้องมีการยกระดับมาตรการทางสังคม

นับจากนั้นเป็นต้นมามีอย่างน้อย 9 เมืองต้องเข้าสู่บัญชีดังกล่าว ได้แก่ กรุงเบอร์ลิน เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เมืองเอสเซิน เมืองเบรเมน เมืองโคโลญจน์ เมืองชตุทการ์ท เมืองโรเซนไฮม์ เมืองเมมิงเงิน และล่าสุดคือเมืองมิวนิก รายงานของอาร์เคไอระบุว่า ค่าไออาร์ของเมืองมิวนิกซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงเบอร์ลิน และเมืองฮัมบวร์ก อยู่ที่ 50.6 ต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา
 
ด้วยเหตุนี้ นายดีเทอร์ ไรเทอร์ นายกเทศมนตรีเมืองมิวนิก ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที รวมถึงการจำกัดการรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะไม่เกิน 7 คน ลดลงจาก 10 คน งานแต่งงานและงานเลี้ยงยังสามารถจัดได้ แต่มีผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 25 คนเท่านั้น และมาตรการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบการฝ่าฝืน ตำรวจมีอำนาจตรวจค้น สั่งยุติการจัดงาน และเก็บค่าปรับกับผู้กระทำความผิด
 
ขณะที่กรุงเบอร์ลินและเมืองโคโลญจน์บังคับใช้ “เคอร์ฟิว” สำหรับกิจการทุกประเภทซึ่งเปิดในเวลาค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ผับ และบาร์ ต้องปิดให้บริการระหว่างเวลา 23.00 น. ถึง 06.00 น. เริ่มตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงสิ้นเดือนนี้ “เป็นอย่างน้อย”